You are currently viewing โควิด19

โควิด19

เสียชีวิตพุ่ง 64 ราย ติดเชื้อโควิดใหม่รอบสัปดาห์ 4,522 คน

22 พ.ค. 2566  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รายสัปดาห์ว่า ระหว่างวันที่ 14 – 20 พ.ค. 2566 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ รักษาในโรงพยาบาล (รายสัปดาห์) 4,522 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ (รายสัปดาห์) 64 ราย มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 401 ราย และผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ 226 ราย

ถ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง คงทราบว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มีจำนวนไม่น้อยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขต้องแนะนำให้บุคคลที่อยู่ใน 7 โรคกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยเร็ว เพื่อป้องกันอาการป่วยหนักและลดอัตราการเสียชีวิต ส่วนจะมีโรคอะไรบ้าง และทำไมทั้ง 7 โรคถึงมีความเสี่ยงสูงหากติดโควิด 19 มาทำความเข้าใจกัน

  1. ได้แก่ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง, โรคปอดอักเสบเรื้อรัง, โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง, โรคซิสติกไฟโบรซิส รวมทั้งผู้ป่วยโรคหอบหืดระดับปานกลางถึงรุนแรง
  2. โรคหัวใจและหลอดเลือดผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ล้วนมีความเสี่ยงหากติดโควิด 19
  3. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานที่ติดโควิดเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานถึง 2 เท่าตัว และมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า 3 เท่าตัว
  4. โรคอ้วนคือ มีค่าดัชนีมวลกาย 30 ขึ้นไป หรือมีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม เพราะมีอัตราเสียชีวิตจากการติดโควิดสูงไม่ต่างจากโรคอื่น ๆ
  5. โรคไตเรื้อรัง ในที่นี้ต้องเป็นผู้ป่วยโรคไตที่อยู่ในระยะ 5 ขึ้นไป หรือไตวายเรื้อรัง รวมทั้งผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต โดยรักษาด้วยการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม ล้างไตทางช่องท้อง และผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต
  6. โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต เนื่องจากเชื้อไวรัสกระตุ้นให้เกิดภาวะการแข็งตัวของเลือดง่ายกว่าปกติ จึงทำให้มีภาวะหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  7. โรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด เพราะถ้าติดเชื้อแล้วมีโอกาสเป็นโรคที่รุนแรงมากกว่าคนทั่วไป